สำหรับคนที่เกิดวันอาทิตย์

ช่วงนี้ดวงอาทิตย์ยังคงร้อนอยู่ ดังนั้นไม่ควรเดินกลางแดดนานๆ เพราะจะทำให้เหงื่อออก   ไม่ควรดูโทรทัศน์ใกล้ๆ เพราะจะแสบตาและบังคนข้างหลัง และไม่ควรขากเสลดบนทางเท้าโชคไม่ดีอาจถูกปรับ   ถ้าท้องผูกควรดื่มน้ำมากๆ เวลาปวดให้รีบเข้าห้องส้วมให้รีบร้อย และควรถอดกางเกงออกก่อน เวลาอาบน้ำห้ามสวมเสื้อผ้าไม่ควรดื่มลิโพเกินวันละ 2 ขวด โปรดสังเกตคำเตือนบนฉลากก่อนดื่มแต่ไม่ต้องปฏิบัติตาม   เด็กเกิดวันนี้ ถ้าเป็นคนจะไม่มีหาง จะมีหน้ามีตาตั้งแต่ยังเล็ก นอกจากนี้จะยังมีหูจมูกและคางอีกด้วย   ขณะเป็นทารกหรือทาริกาจะตัวเล็ก ในช่วงนี้ถ้าเด็กอึให้รีบเปลี่ยนผ้าอ้อมทันที และเด็กจะตัวใหญ่ขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น เมื่อเติบใหญ่เด็กจะกลายเป็นผู้ใหญ่ได้เอง ถ้าทิ้งไว้ต่อไปก็จะแก่ลงโดยอัตโนมัติ

 

สำหรับคนที่เกิดวันจันทร์

ระยะนี้ดวงจันทร์เลื่อนที่ตัดหน้าดาวโจรที่รังสิต ถ้าไม่ระวังของมีค่าอาจหายได้   ถ้าเดินไม่ระวังอาจหกล้มเจ็บตัวเป็นที่อับอายเสื่อมเสีย ถ้าเจอหมาบ้าไม่ควรเข้าใกล้เป็นอันขาดเพราะอาจถูกกัดได้ เมื่อหิวก็ควรหาอะไรกินเป็นการแก้เคล็ด เด็กเกิดวันนี้ถ้าเป็นผู้ชายจะไม่เป็นหญิง โตขึ้นมาอีกหน่อยจะสามารถใส่เสื้อผ้าเองได้ เมื่อเติบใหญ่ต้องได้ไปทำบัตรประชาชนแน่นอน ในเรื่องความรัก หากมีแฟนอยู่แล้วก็จะเป็นคนที่เห็นหน้ากันก่อนที่จะเป็นแฟน หากยังไม่มีแฟนก็จะเป็นเพราะยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ ก็ให้แก้เคล็ดโดยการพยายามต่อไป

 

สำหรับคนที่เกิดวันอังคาร

วันนี้หากใช้เงินมากเกินตัวอาจจะต้องไปกู้หนี้ยืมสินเขาได้ ไปตลาดถ้าต่อราคามากๆ อาจถูกแม่ค้าด่า ดาวประจำตัวยังโคจรรอบคลองเตย ให้รีบไปทำงานแต่เช้า ถ้าไปสายจะถูกเจ้านายเขม่น ถ้าปวดหัวก็ให้นอนพักผ่อน อย่ากินแอสไพรินตอนท้องว่าง และอย่ากินกาแฟก่อนนอนเพราะจะทำให้นอนไม่หลับ เด็กเกิดวันนี้ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชายควรรีบทำสูติบัตร เมื่อถึงวัยเรียนก็ควรพาไปเข้าเรียน ถ้าเลี้ยงไม่ดีจะกลายเป็นโจรหรือติดยาบ้า ถ้าเลี้ยงดีอาจได้เรียนมหาวิทยาลัย ช่วง 5-7 ขวบควรพาเด็กเที่ยวเขาดิน เรื่องของความรักตอนนี้ถ้าปิ้งใครอยู่ก็ให้รีบเข้าไปคุย ไม่งั้นเขาไม่รู้ว่าเรากำลังจีบเขาอยู่

 

สำหรับคนที่เกิดวันพุธ

วันนี้พระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก ดาวพุธอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ ดาวพลูโตอยู่ห่างสุด ตื่นขึ้นมาควรแก้เคล็ดด้วยการบิดขี้เกียจ และล้างหน้าแปรงฟันแก้ปากเหม็น ถ้าฝนตกไม่ควรออกไปเล่นน้ำฝนเป็นอันขาดเพราะจะเป็นหวัดได้ ขึ้นรถเมล์ระวังกระเป๋ารถเมล์จะเข้ามาเก็บตังค์ เดินทางไกลจะเจอแต่คนแปลกหน้าในวันนี้ถ้าเจอพระตอนบ่ายสามห้ามใส่บาตรเด็ดขาด เจอเพื่อนจงทักทายดีๆ แต่ถ้าเจอเจ้าหนี้ควรหลบหนีไกลๆ เด็กเกิดวันนี้ถ้าเป็นชายโตขึ้นอาจจะเป็นตุ๊ดได้ เมื่อเติบใหญ่ควรพาไปเกณฑ์ทหาร และไม่ควรทำ สด 43 ปลอมเพราะจะถูกจับ ถ้าเป็นหญิงเมื่ออายุ 20 จะบรรลุนิติภาวะได้เอง ในช่วงอายุนี้บิดามารดาไม่ควรอนุญาติให้ลูกสาวบวชเป็นอันขาด ในเรื่องของความรักคนที่มีแฟนอยู่อาจเลิกกันได้ คนที่ยังไม่มีแฟนอาจจะมีคนมาปิ๊งก็ได้

 

สำหรับคนที่เกิดวันพฤหัส

วันนี้ถ้าเหยียบขี้หมาให้รีบเอารองเท้าขูดกับฟุตบาทโดยเร็ว มิฉะนั้นจะเหม็น ขึ้นรถเมล์ควรเกาะราวให้แน่นโดยเฉพาะทางโค้ง และไม่ควรตดบนรถเมล์เป็นอันขาด ถ้าอากาศร้อนไม่ควรใส่เสื้อหนาว ถ้าอากาศเย็นไม่ควรดื่มน้ำแข็ง เมื่อเห็นพัดลมกำลังหมุนอย่าเอามือเข้าไปแหย่ มิฉะนั้นเลือดจะออกได้ เด็กเกิดวันนี้เมื่อเกิดใหม่ๆ ฟันจะยังไม่ขึ้นควรรอไปเรื่อยๆ ฟันจะขึ้นเองอย่าพาเด็กไปใส่ฟันปลอมเพราะจะมีฟันเกิน ไม่ควรเลี้ยงเด็กทารกด้วยนมข้นหวานจะทำให้ขาดสารอาหารได้ ให้เลี้ยงด้วยนมแม่ไปก่อนจนกว่าจะมีอายุครบ 2 ขวบ เมื่อโตขึ้นผู้ปกครองควรสอนให้เด็กล้างก้นเองมิฉะนั้นจะเป็นภาระในอนาคตได้ ในเรื่องของความรักหากยังเป็นแฟนกันจะยังไม่มีทะเบียนสมรส หากตัดสินใจจดทะเบียนก็จะต้องไปจดที่อำเภอหรือเขตแน่นอน

 

สำหรับคนที่เกิดวันศุกร์

วันนี้ห้ามทิ้งแฟนเป็นอันขาดเพราะแฟนอาจจะเสียใจได้ และห้ามกินของมันๆ ระวังจะอ้วน ควรเปลี่ยนแปรงสีฟันบ่อยๆ 3 เดือนต่อ 1 อันกำลังเหมาะ และไม่ควรลงเล่นน้ำคลองในใจกลางกรุงเทพฯ เป็นอันขาด วันนี้ดาวพระศุกร์โคจรมาพบกับดาวพระเสาร์ดังนั้นถ้าวันนี้เป็นวันศุกร์พรุ่งนี้ก็ควรจะเป็นวันเสาร์ และวันต่อไปจะเป็นวันอาทิตย์ เด็กเกิดวันนี้เป็นผู้มีบุญญา วาสนาส่ง เมื่อแบเบาะจะยังพูดไม่ได้ ควรสอนไปเรื่อยๆ เด็กจะพูดได้เอง ยกเว้นถ้าเด็กเป็นใบ้ ในระยะ 6-8 ขวบควรสอนให้เด็กเข้าบ้านทางประตู ไม่ควรสอนให้เด็กเข้าบ้านทางหน้าต่างเด็ดขาด

 

สำหรับคนที่เกิดวันเสาร์

วันนี้ถ้าเดินผ่านกองขยะควรเอามือปิดจมูก และรีบเดินผ่านโดยเร็ว หลังกินข้าวถ้ามีเศษอาหารติดฟันไม่ควรเอาตะเกียบแคะฟันเป็นอันขาด ควรใช้ไม้จิ้มฟันดีที่สุด ถ้าเล็บยาวควรตัดให้สั้น แต่ถ้าสั้นควรรอให้ยาวก่อน คืนนี้ไม่ควรนอนดึกเพราะพรุ่งนี้จะตื่นสาย เวลาอาบน้ำควรถูสบู่ให้เกลี้ยงเกลา เวลาไปวัดควรสวมเสื้อผ้าไปด้วยและไม่ควรแคะขี้มูกต่อหน้าพระสงฆ์ ถ้าคันจมูกควรจามให้เรียบร้อยก่อนเข้าวัด แต่ถ้าไปสวนสัตว์ห้ามยื่นมือเข้ากรงเสือเป็นอันขาด ถ้าขับรถไม่เป็นก็ไม่ควรขับ จะเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชน ให้แก้เคล็ดโดยการนั่งรถเมล์หรือแท็กซี่จะดีกว่า เด็กที่เกิดวันนี้เมื่อยังเล็กถ้าหิวจะร้องให้ ควรป้อนนมเสียเด็กก็จะหยุดร้องเอง และเมื่อป้อนนมเสร็จแล้วเด็กอิ่มไม่ควรเข้าไปเล่นกับเด็กทันที เด็กอาจจะอ๊วกใส่หน้าได้ ควรทำให้เด็กเรอเสียก่อน เมื่อโตขึ้นมาหน่อยควรเลี้ยงด้วย อะแล็คต้าเอ็นเอฟ หนองโพ และสเปย์รอยัลตามลำดับ

 

 

มีเพื่อนอยู่คนนึง คบกันมาถึงตอนนี้ ก็ 23 ปี ละ ก็ไปมาหาสู่กันเรื่อย ๆ เขาทำธุรกิจเล็กๆน้อยๆ เกี่ยวกับอุปกรณ์อะไหล่รถยนต์ เขามีครอบครัวแล้ว มีลูก  2 คน เขาต้องดูแลครอบครัว รวมถึงต้องเลี้ยงดูพ่อแม่  และพี่ช่ายของเขาซึ่งเอ๋อนิดหน่อยแต่ไม่ถึงกับปัญญาอ่อน

เมื่อปี 40 เพื่อนคนนี้ประสบกับปัญหาหนี้สิน  รถก็ติดเงินกู้นอกระบบ  บ้านพร้อมที่ดินก็จำนอง ซึ่งเป็นหนี้นอกระบบเหมือนกัน ดอกเบี้ยโหดน่าดู พวกเพื่อน ๆ ก็ชอบมาสังสรรค์กันที่บ้านเรา ไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบของแต่ละคน เขาก็มาปรับทุกข์ให้ฟัง เรื่องหนี้สินของเขา อยากจะหาหนี้ในระบบที่ดอกเบี้ยไม่แพง พวกเพื่อน ๆ และเราก็ไม่รู้จะช่วยยังงัย เพราะเราเองก็ยังมีหนี้(ในระบบ)อยู่เหมือนกัน

ไม่นานเท่าไหร่ เขาก็มาขอให้เราซื้อบ้านและที่ดินที่เขาติดจำนองอยู่กับคนอื่น เราก็บอกไม่ซื้อหรอก เรามีบ้านอยู่แล้ว เราไม่ซื้อเพราะถ้าซื้อเราก็ต้องกู้ซื้อ ถ้ากู้ เราก็เงินเดือนเหลือใช้ไม่คล่องมือ  เราอยากอยู่อย่างสบาย ๆ มากกว่า เขาก็บอกว่า เอางี้ได้ไหมใช้เครดิตของเราไห้เกิดประโยชน์ โดยให้เรากู้กับแบงค์เพื่อซื้อบ้านของเขา เขาก็รับเงินค่าขายบ้านจากแบงค์ไป เราทำสัญญากู้กับแบงค์ แต่เขาเป็นคนส่งบ้านเอง(ส่งในนามของเรา)   เพราะถ้าเขากู้เอง แบงค์ไม่ปล่อยกู้ให้ (เนื่องจากเขาไม่มีเงินเดือนประจำ) พอเขาส่งบ้านหมดแล้วแบงค์โอนบ้านเป็นของเรา เราค่อยโอนคืนให้กับเขา ต่างคนต่างไว้ใจกัน เพื่อที่เขาจะเอาเงินก้อนนี้(ประมาณว่าขายบ้านได้) ไปปลดออกจากหนี้นอกระบบ

ด้วยความที่เราสงสาร ลูก ๆ และพ่อแม่ของเขา กลัวว่าเจ้าหนี้นอกระบบจะมายึดบ้านเขา กลัวจะไม่มีที่อยู่กัน ก็กู้ซื้อบ้านเขา แต่ให้เขาเป็นคนส่งเอง   แค่เอาสลิปเงินเดือน เดือนสุดท้ายไปให้แบงค์ดูก็จะรู้ยอดว่า แบงค์จะให้เงินกู้ได้เท่าไหร่ เราก็ OK. เราก็กู้ ถือว่าช่วยเหลือครอบครัวเพื่อน เขาก็จ่ายค่างวดให้แบงค์ไป  

ผ่านไปซัก 3-4 เดือน มีหนังสือเตือนให้ส่งค่างวด มาที่เรา อ้าว! แสดงว่าเพื่อนเรามันไม่ส่งค่างวดนี่หว่า  ก็ไปตามหามันที่บ้าน ไม่เจอ  ไม่กลับบ้านหลายวันแล้ว ไปส่งของบ้าง ไปต่างจังหวัดบ้าง งานเข้าแล้วตรู เราก็เลยโทรไปวีน ให้จัดการให้เรียบร้อย มันบอกว่าส่งไปงวดเดียว มันก็รับปากว่าจะจัดการเอง ไม่ให้เราเดือนร้อน

มารู้ทีหลังว่ามันมีเมียน้อย ไปอยู่บ้านเมียน้อยโน่น (เมียมันไม่รู้) อีกไม่นาน ก็มีหนังสือมาทวงอีก เราก็ตามมันไปจนตามหาบ้านเมียน้อยมันเจอ จากปกติที่เราเป็นคนด่าคนไม่เป็น เราก็ด่าซะ มันน่าจะโกรธเรา มันก็ไม่โกรธแฮะ สุดท้ายเราจะเอาไงดี จะส่งเอง หรือจะปล่อยให้แบงค์ยึด คิดไปคิดมา ปล่อยให้ยึดไปเลยเหอะ เพราะคิดว่าเราคงไม่เดือนร้อน บ้านเราก็มีอยู่แล้ว อีกอย่างถ้าเราเอาบ้านของเพื่อนไว้ เราจะเดือดร้อนต้องส่งหลายทาง

สรุปคือขึ้นศาล ศาลก็ให้ประนีประนอมหนี้ ลดค่าดอกเบี้ยลง คิดดอกเบี้ยอัตราใหม่ เพื่อนตัวแสบก็รับปากว่าจะส่งเอง ปรากฎว่า ส่งงวดเดียว (อีกแล้ว) เหมือนเดิม ไม่ส่งอีก แบงค์ก็ยึด แล้วเอาไปขายทอดตลาด ตอนนี้เราก็ติดเครดิตบูโรแล้ว ไม่สามารถกู้อะไรได้ และไม่สามารถทำบัตรเครดิตได้ เราก็คิดว่า เดี๋ยวขายทอดตลาดเสร็จแล้วก็คงจบเรื่อง ไม่น่ามีปัญหา

วันที่ประกาศขายทอดตลาด เราก็ไม่สนใจหรอก เจ้าเพื่อนตัวแสบมันให้พี่ชายมันที่รับราชการ  มาประมูล(พี่ชายมันอยู่จังหวัดอื่น) เพื่อให้พ่อแม่และครอบครัวของมันมีที่อยู่ต่อไป ปรากฎว่า แบงค์แจ้งมาว่าหลังจากที่ขายทอดตลาดแล้ว ยังมีผลต่าง ที่แบงค์ขาดทุนอยู่ 190,000.-บาท (คงจะขาดทุนจากการได้ดอกเบี้ยน้อยเกินไป) ต้องมาเรียกเก็บจากเรา  เอาไงล่ะทีนี้

มันไม่จบอย่างที่คิดไว้น่ะซิ ถ้าไม่จ่ายก็คิดเครดิตบูโร หรือจะยอมติดไปตลอดชีวิต เราก็ไม่จ่ายละกัน หนี้เรา แต่เพื่อนมันทำ ทีนี้พอปี 47 เราจะซื้อรถ เราก็เดือนร้อนเพราะไฟแนนซ์จะต้องไม่ให้เรากู้แน่ คิดว่าต้องซื้อเป็นชื่อคนอื่นดีกว่า พอดีว่าไปคุยกับไฟแนนซ์ว่าติดเครดิตบูโร แต่ติดเพราะคนอื่นทำให้ติด ต้องใช้ชื่อพ่อกู้แทน ไฟแนนซ์ถามว่าดาวน์เยอะหรือเปล่า เราก็ดาวน์ประมาณ 70% ไฟแนนซ์บอกว่าถ้าดาวน์เยอะ จะปลดล็อคให้ สามารถเช่าซื้อเป็นชื่อเราได้เลย เราก็เข้าใจว่าเขาปลดล็อกให้ เฉพาะการกู้ ในครั้งนั้นครั้งเดียว แต่พอตอนหลังเราลองมาทำบัตรเครดิต ก็ผ่านทุกแบงค์ ก็ดีใจว่าไม่ติดเครดิตบูโรแล้ว ตั้งแต่นั้นมาเราก็ แฮปปี้ เจอเพื่อนคนนี้ก็เลิกด่ามันไปแล้ว

เพื่อนคนนี้ก็มาหาเรา มากิน บางครั้งก็มานอน หนิดหนมเหมือนเดิม แล้วมันก็มีเมียน้อยใหม่อีก มีไปเรื่อย ๆ ไม่กลับบ้าน ไม่สนใจพ่อแม่ลูกเมีย ......แต่....เมื่อไม่นานมานี้ แบงค์แจ้งมาว่าหนี้ที่ติดอยู่ 190,000.-บ. นั้น แบงค์ยินดีลดให้เหลือ 30,000.-บ. คงรู้ว่าเราไม่จ่ายแสนเก้าแน่ เลยขอแค่สามหมื่น (กำขี้ดีกว่ากำตด..เหอ...เหอ..)เราก็ไม่จ่ายหรอก เพราะเราก็ไม่ได้ติดบูโรแล้ว พอมาลองทำบัตรเครดิตดู ไม่ผ่าน อ้าว! ติดอีกแล้วหรือตู ไปจัดการคุยกะแบงค์

แบงค์บอกว่าชื่อเราไม่มีเป็นหนี้แบงค์อยู่นะ สงสัยแบงค์ส่งหนี้ของเราไปที่ บ.ติดตามหนี้แล้ว ต้องไปจ่ายที่ บ.ติดตามหนี้ละกัน เออ ..เอาเข้าไป ไม่นานก็มีหนังสือแจ้งมาจากสำนักงานทนายความอะไรสักแห่ง ให้จ่ายหนี้ที่ค้างอยู่ 50,000.- บ.     อ้าว! ไหนว่าสามหมื่น มาห้าหมื่นอีกแล้ว ให้เพื่อนมันจ่าย มันก็ขอผ่อน จ่ายงวดแรกไป 5,000.- บ. แล้วมันก็จ่ายงวดเดียว (ทุกที)

สรุปตอนนี้เราก็ติดเครดิตบูโร ที่ 25,000.-บ. ก็ปล่อยให้มันติดไป เพราะเราคิดว่าเราคงไม่ขอกู้อีกแล้ว และไม่ขอค้ำประกันใครด้วย

.......เมื่อ 2-3 วันก่อน เพื่อน ๆ ก็มาสังสรรค์ที่บ้านเรา กว่าจะเลิกก็ดึก เพื่อนคนนี้มันมา เมากลับไม่ไหว นอนค้างที่บ้านเรา ก็ OK. มันเคยนอนนี่เน๊าะ  แล้วก็มีเครื่องดื่มเหลืออยู่เยอะเหมื่อนกัน(เพื่อนๆหิ้วกันมาน่ะแหละ) มันตื่นมาก็ถอน เมาต่อ แล้วตอนมันจะกลับบ้าน มันขนของที่เหลือขึ้นรถ ทำท่าจะขนกลับบ้านไปด้วย เราก็ว่ามันน่ะซิ มันก็ไม่เถียงนะ มันก็ขนลงรถ ไม่เอาไป เราก็ไม่สนใจมัน มันอยากโกรธก็โกรธไป แต่ม้นไปบอกกับเพื่อนๆคนอื่นว่า

มันเลิกคบเราแล้ว เพราะเราไปด่ามัน

.....เราเสียใจจริง ๆ เล้ย ....  เสียใจที่ทำไมเราไม่เป็นคนพูดก่อนว่าเลิกคบกับมัน

 

.....เมื่อวานนี้ไปบ้านเพื่อนอีกคนนึง เพื่อนคนนี้เสือกโทรตามมันมา มันมาแล้วก็ทักเรา แต่เราไม่พูดกับมัน มันก็แขวะเราประมาณใจแคบ เหมือน ......  มด  (อวัยวะสืบพันธ์ของตัวเมีย) แล้วมันมาจับแขนเรา เราบอกมันว่า "ถ้ากรูใจแคบนะ กรูคงไม่ติดเครดิตบูโรเพราะมึงหรอก"   แล้วกลับบ้านเลย ถ้าเราอยู่ต่อ สงสัยมีมวยแน่

แต่เพื่อนคนอื่น ๆ ก็รู้ และเข้าใจเรานะ 

 

โปรดสังเกตุ ตอนแรกเป็น เขา  ตอนหลังเป็น มัน ต่อไปจะเรียกมันว่าอะไรดี เรียกว่า ไอ้งวดเดียว  ดีไม๊

....เหอ...เหอ..

 

 

เพื่อนๆ ได้ดูละครชิงชังกันบ้างหรือเปล่า

มีความรู้สึกว่า ทำไมมันยืดเยื้อเหลือเกิน

พ่อยอดกะแม่อิ่มทำท่าจะเจอกัน

แต่ดั้นมีเหตุไม่ได้เจอซะงั้น..โธ่

ลุ้นจนตัวโก่ง...

เฮ่อ...อินเกินไปไม๊เรา

พอเห็นเรตติ้งดี เล่นตัวจังนะตะเอง..

เจริ๊ญ เจริญผิดที่

posted on 21 Oct 2009 12:59 by phat-cha-ra-mon--k

 

ก็..ปวดรอบเดือนแทบทุกเดือน
รอบเดือนจะมามาก
พร้อมด้วยอาการปวดมาก..มาก..ถึงมากที่สุด
เมื่อก่อนกินยาพาราแก้ปวด 1 เม็ด สักพักหายปวด
เดือนต่อมาปวดอีกกินยาก็หาย
ต่อมาเรื่อยๆ กินยาไม่หาย
ต้องกินยาที่ระงับอาการปวดประจำเดือน จึงจะหายได้
แต่ต่อมากินเรื่อย ๆ ก็ต้องเพิ่มขนาด
จาก 1 เม็ด ...เป็น 2 เม็ด  เป็น 3  ..4 ทำงานแทบไม่ไหว
สุดท้ายกินยาก็ไม่หายปวด ต้องหยุดงานทุกครั้งที่มีรอบเดือน
 
ทนม่ายไหวแล้วตู ก็ทนมาปีก่า ๆ แล้วนิ๊
เดือน ก.พ. ยอมไปหาหมอ สูติ-นรีเวช  (ก้อมีแต่หมอผู้ชายนี่หว่า เราเลยไม่อยากหาหมอ)
ซาวน์ดู พบ...ก้อนเนื้องอก ไม่รู้มันจะงอกมาหาอะไร
งอกที่ไหนไม่งอก ดั๋นมางอกในมดลูก ที่สุดแสนจะลึกลับซับซ้อน
หมอบอกต้องผ่าตัดมดลูกทิ้ง  โอ๊ยโย๋ ต้องผ่าเลยเหรอค๊ะคุณหมอ?????
ถามเพื่อความแน่ใจ หมอพูดคำว่าผ่าตัด เหมือนพูดเรื่องดินฟ้าอากาศ 
ตัดไฟแต่ต้นลม ผ่าดีที่สุด หมอบอกพร้อมเมื่อไหร่มาหาหมอได้เลย
สมัยนี้เป็นกันเยอะ ไม่ต้องตกใจ ไม่ใช่มะเร็ง มะยิงอะไรหรอก
สถิติพบว่า สตรีที่มีอายุ 35 อัพ ที่เดินมา 10 คน
จะเป็นโรคนี้เสีย 7 คน (สถิติจากไหนของแกไม่รู้)
โรคนี้เรียกว่า  "โรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่"
เจริญตรงไหนไม่เจริญ ดั๋นไปเจริญผิดที่..ด๊าย
เกิดอาการใจเสีย แทบจะร้องให้
โทรหาเพื่อนที่ทำงาน เพื่อนบอก
เฮ้ย อย่าเพิ่งผ่า หาหมอคนอื่นดูก่อน
เอาให้แน่ใจ เผื่อจะไม่ใช่
อ้าว!!!!!!  เอางั้นเหรอ  เออ.เออ..OK.
 
อีก 1 อาทิตย์รอบเดือนหมด
ไปหาหมอคนที่ 2 ซาวน์ดู (แต่ซาวน์คนละวิธีกับหมอคนก่อน)
หมอบอก ไม่มีอะไรในกอไผ่...เอ๊ย..ในมดลูก
ห๊า..อะไรน๊ะ แทบผงะ ไม่มีเหรอ ไม่มีจริงเหรอะ
หมอบอกไม่มี (แต่เราไม่ได้บอกหมอคนนี้ว่าหมอคนอื่นบอกว่าเจออะไร)
เหมือนจะใจชื้นขึ้นมา เหมือนดีใจ แต่ก็ยังไม่เต็มร้อย
ยังกังขาอยู่ว่า สรุปว่ามีหรือไม่มีกันแน่
ผู้ตัดสินน่าจะเป็นหมอคนที่ 3
 
ไปพบหมอคนที่ 3 อัลตร้าซาวน์ดู (คราวนี้บอกหมอว่ามีหมอ 2 ท่านบอกผลไม่ตรงกัน)
ผลปรากฏว่า ... แถน  ..แทน...แท๊น..
มีเนื้องอกในมดลูกค่ะ เท่าที่เห็นเนี่ย 3 ลูก
ทำให้มดลูกโตผิดปกติ ขนาดของมดลูกเท่ากับ 9.3 ซม.
(ซึ่งถ้ามดลูกปกติจะเท่ากับ 7 ซม.)
ถ้าขนาด 9.5 ซม. ขึ้นไปต้องผ่าตัดอย่างดียว
สาเหตุอาจจะเกิดจากฮอร์โมนเพศหญิงที่ชื่อ "เอสโตรเจน"
มีมากผิดปกติ และอาจจะเกิดจากอาหารการกินที่ไปกระตุ้น
ให้เนื้องอกมันโต (อาหารที่ใส่สารเร่งการเจริญเติบโตในสัตว์ แล้วเราก็กินสัตว์นั้นเข้าไป)
ท่านหมอบอกว่าตอนนี้ถ้าไม่ผ่า  สามารถฉีดฮอร์โมนเพศหญิงอีกตัวนึง
ไปทำให้เอสโตรเจนไม่มีบทบาท แต่ต้องฉีดทุกเดือน(ภายในวันที่ 1-5 ของการมีรอบเดือน)
แล้วอีก 3 เดือน มาดูผลว่ามดลูกจะมีขนาดเล็กลงหรือไม่
 
อีก 3 เดือนไปซาวน์ดูอีกรอบ ผลปรากฏว่า...
เล็กลงไปเหลือขนาด 8.8 ซม.   เออ!  ได้ผลแฮะ
แต่มันลดลงกระจิ๊ด นิดเดียวเองเน๊อะ ม่ายทันใจเล้ย..
วัยรุ่นเซ็ง...
ต่อมาพอเป็นรอบเดือน เดือนสิงหาคม เป็นประมาณ 20 วัน
แล้วแต่ละวัน มีมาเยอะมาก มาก
ไม่ปวดมากเท่าไหร่ ...แต่เป็นเยอะ
เป็นที่หงุดหงิด เบื่อหน่าย เซ็ง...หมดอาลัยตายอยาก
จิตตก..ท้อแท้..สงสัยจะรวมซึมเศร้าไปด้วย...(หลายโรคจังตู)
อยากผ่าตัดมันออกแล้ว...
ขณะที่เป็นรอบเดือนอยู่ก็โทรถามข้อมูลพี่ที่ทำงานที่เคยผ่าตัดมดลูกมาแล้ว
แกเชียร์ให้ผ่าใหญ่เลย บอกผ่าแล้วดีมาก สดชื่นแจ่มใส หายห่วง
เจ็บนิ๊ดเดียว....ว...ว...ว ให้ไปหาหมอที่เคยผ่าแกมา ที่คลีนิค
เอ๊า...ไปก็ไป
 
ไปหาหมอคนที่ 4 โดยนำเอาผลอัลตร้าซาวน์จากหมอคนที่ 3 ไปด้วย
ท่านหมอ บอกว่าเลือดออกเยอะเกินไปอาจทำให้ซีดได้
จึงให้ยาบำรุงเลือดมา และยาหยุดเลือด
และพร้อมเมื่อไรมาหาหมอเพื่อแจ้งวันอดอาหาร
และผ่าได้เลย
OK ขอเคลียร์งานก่อนนะค๊ะคุณหมอขา
พอกินยาหยุดเลือดไปประมาณ 5 วัน เลือดก็หยุด
เคลียร์งาน 2-3 อาทิตย์ก็ผ่าตัด วันที่ 18 ต.ค.  
 
วันผ่า 8.30 น. ดมยาสลบ หลับไป
รู้สึกตัวตื่นขึ้นมา ประมาณ 10.00 น. เจ็บแผลที่ท้องน้อยมาก
ทั้งเจ็บ ทั้งปวด พึมพำ ปวดท้อง โอย ปวดท้อง...
พยาบาลจัดการฉีดมอร์ฟีน 1 เข็ม
บรรเทาปวดหลับต่อได้ 
ประมาณเที่ยงวันปวดอีก โอย..โอย..ขอยาฉีดอีก
พยาบาลบอกว่า ยังฉีดไม่ได้ค่ะ ต้องฉีดห่างกัน 6 ชั่วโมง
ไม่งั้นมอร์ฟีนจะทำให้คนไข้ติดได้
...โอย.....ตอนนี้อยากติดมอร์ฟีนจัง........แต่ต้องรอ 4 โมงเย็น
ญาติๆ เพื่อน ๆ มาเยี่ยมเยอะ แต่เราไม่มีอารมณ์ที่จะพูดคุยกับใคร
ก็มันปวดน่ะ
 
พอผ่าตัดครบ 24 ชั่วโมง ก็ปวดน้อยลง เอาสายอะไรต่อมิอะไรออกแล้ว
ลุกเดินเองได้ กินอาหารอ่อนได้ 2-3 วันก็ออกจาก ร.พ.
ไปพักฟื้นอยู่ที่บ้าน 

แต่ต่อไปจะเป็นคนไม่มี......มด...ลูก...
สรุปว่า หาหมอทั้งหมด 4 ท่าน ตัดมดลูก และใส้ติ่ง(งานนี้ขอพ่วง)
เหลือรังไข่และปีกมดลูกไว้เพื่อสร้างฮอร์โมน
ถ้าตัดแต่เนื้องอกออกอย่างเดียว มีโอกาสงอกที่เดิมใหม่ได้
คุณหมอ แต่ละท่านก็เป็นผู้ชายทั้งนั้น
ไม่อาย ไม่เอย มันแล้ว
ถ้ามัวอายอยู่ สงสัยมดลูกจะโตเท่าศีรษะของเรา
และแตก ตายกันพอดี
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
"อย่าอายหมอ
เพราะหมอจะทำเราเจ็บ..นิ๊ดเดียว..
(ซะที่ไหน)"

ของฟรี...มีในโลก เชื่อป่ะ????

posted on 03 Sep 2009 12:50 by phat-cha-ra-mon--k

พบบทเพลงอยู่เพลงนึง
อ่านแล้วซึ้งมาก ๆ
แม้น้ำตาไม่ไหลพราก ๆ
แต่ก็ออกมาซึม ๆ 


ชื่อว่าเพลง    NO    CHARGE  


เมื่อตอนเย็นนี้ลูกชายของฉันเข้ามาในครัว 
ขณะที่ฉันกำลังทำอาหารเย็นอยู่
 เจ้าหนูยื่นกระดาษพร้อมข้อความที่เขียนไว้
 และหลังจากที่ฉันเช็ดมือกับผ้ากันเปื้อนแล้ว
 ฉันก็อ่านข้อความในกระดาษที่ลูกเขียนดังนี้
 ค่าแรงสำหรับตัดหญ้าในสนามหญ้า - 5 เหรียญ
 ค่าปูเตียงเองอาทิตย์นี้ - 1 เหรียญ
 ค่าไปซื้อของที่ร้านค้าให้แม่ - 50 เซ็นต์
 เล่นกับน้องชายตอนแม่ไปช้อปปิ้ง - 25 เซ็นต์

ค่าเอาขยะไปวางไว้หน้าบ้าน - 1 เหรียญ

ได้ใบรายงานจากทางโรงเรียนว่าเป็นเด็กดีตั้งใจเรียน - ขอ 5 เหรียญ
 ค่ากวาดสนามหญ้า - 2 เหรียญ 
รวมทั้งสิ้น แม่ต้องจ่ายผม - 14 เหรียญ 75 เซ็นต์ 


อืม ! ฉันมองหนูน้อยที่ยืนรอ คาดหวัง
ความทรงจำนับร้อยนับพันท้นขึ้นมาในอก 
ฉันหยิบปากกาขึ้นมา และพลิกด้านหลังกระดาษ
 และนี่คือ สิ่งที่ฉันเขียนลงไป


9 เดือน ที่แม่อุ้มท้อง 
ให้ลูกเติบโตในท้องของแม่ - แม่ไม่คิดตังค์ 
สำหรับค่ำคืนที่ แม่นั่งเป็นเพื่อนลูก 
เยียวยาลูก และสวดมนต์ให้ลูก - ไม่คิดตังค์ 
สำหรับเวลา และน้ำตา
และค่าใช้จ่ายทั้งหมดตลอดหลายปี - ไม่คิดตังค์ 
เมื่อคิดรวมทั้งหมดแล้ว 
ค่าของความรักที่แม่มีให้นั้น แม่ไม่คิดเงิน 
สำหรับค่ำคืนที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว 
และความกังวลที่มีอยู่ - ไม่คิดตังค์
 สำหรับคำแนะนำ และความรู้ต่างๆ 
และค่าใช้จ่ายเรื่องการศึกษาของลูก - แม่ก็ไม่คิดตังค์
สำหรับของเล่นทั้งหลาย อาหาร และเสื้อผ้า รวมที่เช็ดน้ำมูกให้ลูก
ทั้งหมดนี้ แม่ไม่คิดเงินเลยนะ ลูก
 สิริรวมแล้ว 
ราคาความรักของแม่ คือ ฟรี 
พอลูกอ่านจบ
 น้ำตาคลอเบ้า 
เขามองมาที่ฉันและพูดว่า


"Mama, I sure do love you"
"แม่ ผมรักแม่จริงๆ"
 แล้วเขาก็หยิบปากกาขึ้นมา
 เขียนอักษรตัว โตๆ ว่า

 "PAID IN FULL"
"จ่ายครบ เต็มจำนวนแล้ว" 
เมื่อรวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด 
ค่าของความรักที่แท้จริงนั้น คือ ฟรี

รักแม่จังเลย..ย..ย.. แม่จ่ายให้เราหมดแล้ว
แต่เรายังทอนให้แม่ไม่หมด

ทริค ปลาทอด สุดแสนอร่อย...

posted on 02 Sep 2009 13:34 by phat-cha-ra-mon--k

 

 

 

 

ป.ปลา ตา กลม เป็นอาหารทีมีโปรตีนมาก

 

เหมาะสำหรับผู้มีอายุอย่างพวกเรา (มันก็มีอายุกันทุกคนแหละ)

 

นื่องจากเป็นอาหารที่ย่อยง่าย และไม่มี คลอเรสเตอรอล

 

นอกจากนั้นเนื้อปลายังมีไขมันและแร่ธาตุอื่นๆ เช่น

 

            แคลเซียม กับฟอสฟอรัส ซึ่งมีความจำเป็นต่อร่างกายอย่างมาก 


 

เคยม๊ะ?

 

เวลาทอดปลาสดๆ แล้วมันเกิดปัญหา

 

     เนื้อปลาติดกระทะบ้าง กลับไปกลับมาเนื้อปลาหายหมด

 

     ปลางอบ้าง ทำให้ด้านที่งอมันอาจจะไม่สุก

 

     น้ำมันกระเด็นบ้าง มือและแขนงี้ลายเลยเชียว

 

วันนี้มีเคล็บลับมาฝากค่ะ

 

วิธีทอดปลาไม่ให้ติดกระทะ 

 

ปลาที่มีความสดใหม่นั้นเมื่อทอดหนังปลาจะไม่ติดกระทะวิธีแก้ไขทอดปลาไม่ให้ติดกระทะ คือ

หลังจากขอดเกล็ดปลาเสร็จแล้ว นำไปล้างน้ำให้สะอาด

ซับเนื้อปลาให้แห้งดี จึงใช้น้ำมะนาวทาให้ทั่วคลุกด้วยเกลือป่น

จึงนำลงทอดในน้ำมันร้อนๆ รอจนปลาลอยตัวขึ้นมาจึงค่อยพลิกกลับอีกด้านหนึ่ง


          น้ำมันที่มีความเหมาะสมในการทอดปลา คือ

น้ำมันจากสัตว์ หรือน้ำมันปาล์ม

 

ทอดปลาสด          

เวลาทอดปลาสดๆ ถ้าเป็นปลาที่แล่เอาก้างออกแล้ว

เวลาทอดให้เอาด้านที่เป็นหนังปลาลงก่อน

ใช้ตะหลิวกดชิ้นปลาไว้จนกว่าจะหยุดหดตัว

ปลาจะได้ไม่งอ จากนั้นค่อยกลับเอาทางเนื้อลงทอดจนเหลืองกรอบ 

 

ทอดปลาไม่ให้น้ำมันกระเด็น 

 

เพียงแค่ทาเกลือที่ตัวปลาก่อนนำไปทอด แค่นี้ก็ช่วยให้น้ำมันไม่กระเด็นแล้ว